Page 8 - เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยประชานิยม
P. 8

เกษตรกร รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ไฟฟ้าฟรี หรือประกัน      การป้องกันจากสังคมวันนี้…
               รายได้สินค้าเกษตรร้อยแปดอย่าง หรือชดเชยโน่น               สังคมก็พยายามสร้างเกราะป้องกันเพื่อขจัด

               นั่น นี่ ผมว่าพวกเขาก็รู้ เพียงแต่ว่าการโวยวาย     ปัญหาความสูญเสียและการใช้งบประมาณผ่าน

               หรือไม่เห็นด้วยดูเหมือนจะกลายเป็นคนใจด า ไม่เห็น   นโยบายประชานิยมที่ให้ประโยชน์ทางการเมือง
               ใจคนด้อยโอกาส … ทั้งหมดนี้คือต้นทุนทางสังคมที่     มากกว่าทางสังคม โดยการสร้างต้นทุนให้กับ

               เขาจะได้รับ เลยอยู่เฉยดีกว่าเพราะไง ๆ ภาษีก็เสีย   นักการเมืองมากขึ้น เราจะเห็นได้จากคดีต่าง ๆ ที่

               อยู่ดี แต่ถ้าจะเก็บภาษีพิเศษ เรียกว่าภาษีประชา     เกิดขึ้นกับนักการเมืองในอดีต ในการใช้นโยบาย
               นิยม ผมเชื่อว่ามีได้เสียกันแน่                     ผิดพลาด การคดโกงแบบจงใจในเชิงนโยบาย และ

                                                                  อื่น ๆ ท านองที่ว่ารู้ว่านโยบายมีปัญหา แต่ยัง
                 ค าถาม…
                                   ที่น่าสนใจว่าการอยู่เฉยของคนที่  เดินหน้าเพื่อรักษาค าสัญญา ท าให้บางรายติดคุก
               เสียผลประโยชน์ข้างต้น และคิดว่าไม่คุ้มในการ
                                                                  บางรายยึดทรัพย์คืน บางรายหนีคดีและไม่รู้เมื่อไหร่
               คัดค้าน เลยเฉย ๆ ท าให้เราไม่มีองค์กรกลางในการ     ได้กลับ บางรายรอค าตัดสินอย่างกระวนกระวาย

               ดูแลการคอร์รัปชั่นที่รัฐกับเอกชน  บางกลุ่มผลักดัน  ฯลฯ การด าเนินคดีเหล่านี้ เป็นการที่สังคมส่ง
               นโยบายที่ทั้งสองฝ่ายแบ่งผลประโยชน์กัน กลุ่มหนึ่ง
                                                                  สัญญาณชัดเจนให้กับนักการเมืองว่าต้นทุนที่เขาคิด
               ได้รายได้และอีกกลุ่มได้คะแนนเสียง แล้วระบบการ
                                                                  ว่าเป็น Social Cost นั้น วันนี้ก าลังถูกถ่ายให้เป็น
               บริหารจะหาทางดูแลเรื่องนี้อย่างไร หรือเราเชื่อใจว่า  Private Cost ซึ่งเป็นต้นทุนที่นักการเมืองต้องรับมา
               นักการเมืองไม่ท าเรื่องนี้ หรือประชาชนที่อยากได้
                                                                  เป็นต้นทุนตนเองในการใช้มาตรการนั้น ต่อไปนี้
               ประโยชน์จะไม่กดดันผู้มีอ านาจให้ด าเนินการ
                                                                  นักการเมืองหรือผู้ก าหนดนโยบายจะท าแบบเดิม ๆ
               มาตรการนี้ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะรู้ว่าต้นทุนภาพรวม   เดินหน้าด้วยมาตรการหรือนโยบายแปลก ๆ พิลึก
               ไม่คุ้มค่า … ผมไม่มีค าตอบ ประวัติศาสตร์เล่าเรื่อง  พิลั่นเพื่อให้ได้แต่คะแนนเสียงจากเงินหลวงนั้น …..

               ของมันอยู่แล้ว
                                                                  วันนี้ก็ต้องคิดใหม่ล่ะครับ







                                                            การใช้นโยบายผิดพลาด การคดโกงเชิงนโยบาย รู้ดีว่า
                                                            นโยบายมีปัญหาก็ยังเดินหน้า จนบางรายติดคุก โดยยึดทรัพย์
                                                            คืน บางคนหนีคดีและไม่รู้เมื่อไหร่ได้กลับ บางคนรอค าตัดสิน

                                                            อย่างกระวนกระวาย นี่เป็นการที่สังคมส่งสัญญาณให้กับ
                                                    “       นักการเมืองรู้ว่าต้นทุนที่เขาคิดว่าเป็น Social Cost นั้น วันนี้

                                                            ก าลังเป็น Private Cost ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการเมือง

                                                            ต้องรับมาเป็นต้นทุนเอง…



                                                                                                ดร.สมชาย หาญหิรัญ
   3   4   5   6   7   8